!!คำแนะนำ!!

บทความบางส่วนต่อไปนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อเรื่อง 

และมีการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


+เรื่อง+: March Story

+ภาพโดย+: YANG Kyung-il

+เรื่องโดย+: KIM Hyuang-min

+แนว+: Action-Horror

+เรต+: 18ปีขึ้นไป

+สำนักพิมพ์+: Vibulkij Comic

+จำนวนเล่ม+: 1เล่ม ยังไม่จบ

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

เกริ่นนำ

 “มาร์ช” ชายหนุ่มที่คอยกำจัดเหล่าอิลชั่วร้ายที่สิงสถิตอยู่ในวัตถุ

 ยามใดเมื่อมนุษย์ได้ครอบครองวัตถุนั้นด้วยความโลภ

 อิลจะหลอกล่อและกัดกินจิตใจของมนุษย์ผู้นั้นจนกลายเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายเข่นฆ่าผู้อื่น

 จึงมีนักล่าที่ไล่ตามวัตถุเหล่านั้น พวกเขาคือ “ซิสเต้บีฮาร์ด”

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Characters

 

มาร์ช ชายหนุ่ม?ผู้เป็นหนึ่งในซิสเต้บีฮาร์ด ที่คอยกำจัดเหล่าอิลชั่วร้าย

 ตัวเขามีอิลสิงจากเหตุการณ์อันขมขื่นในครั้งเยาว์วัย และหากยามที่เขา

 เปิดใจรับรักผู้อื่น เมื่อนั้นอิลที่อยู่ในร่างจะช่วงชิงทุกอย่างไป...

 

โรดีน ชายหนุ่มเจ้าของร้านขายวัตถุโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

 เป็นคนที่คอยมอบงานให้แก่ซิสเต้บีฮาร์ดมาร์ช มีนิสัยเจ้าเล่ห์ไม่เข้ากับ

 รูปลักษณ์ภายนอก

 

เจค  อดีตซิสเต้บีฮาร์ด เคยช่วยมาร์ชสมัยเป็นเด็กเอาไว้จากอิล

 หลังจากนั้นเธอจึงให้มาร์ชป็นซิสเต้บีฮาร์ดแทนตัวเอง

 โดยให้อยู่ภายใต้การดูแลและรับงานจากโรดีน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Story-Chapter.I นักล่าแห่งอิมาร่า

“สาวน้อย ของที่ไม่รู้ที่มาที่ไปน่ะ

 มันไม่ใช่ของที่เธอควรยื่นมือเข้าไปยุ่งหรอกนะ...

 ชายหนุ่มผู้แต่งตัวด้วยชุดประหลาดตากำลังเผชิญหน้ากับเด็กสาว

 ที่ได้ถูกอิลกัดกินจิตใจจนฆ่าคนในครอบครัวไปจนสิ้น ร่างสถิตของปีศาจ

 ถูกหนามแห่งอิบาร่าตรึงไว้กับผนัง ใบหน้าของปีศาจตื่นตระหนกกับสิ่งที่ตนเผชิญ

 “พะ...พลังนี้...หรือว่าแก... เป็นอิลเหมือนกับข้า”

 

  “ชื่อของฉันคือมาร์ช เป็นนักล่าที่ไล่ตามอิลอย่างพวกเจ้า

 ในนามของซิสเต้บีฮาร์ดไงล่ะ...ชายหนุ่มแนะนำตนก่อนจะสังเกต

 เขาสีแดงที่งอกบนหน้าผากเป็นสิ่งที่แสดงว่าเด็กสาวผู้นั้นได้จบชีวิตลงไปแล้ว

 เขาจึงลงมือสังหารปีศาจที่อยู่ในร่างของเด็กสาวที่กรีดร้องขอชีวิต

 มาร์ชเก็บตุ้มหูโบราณที่เป็นที่สิงของอิลขึ้นมาก่อจะเดินทางออกตามล่า

 หาตุ้มหูอีกข้างให้เจอก่อนที่จะมีใครได้เก็บมันขึ้นมา

 

  ณ ยุโรปตะวันออก คณะละครสัตว์เดเมโร่ออกมาโชว์การแสดงตามทางเดิน

 เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนไปชมการแสดงที่เวที เด็กสาวผู้แสดงเป็นตัวตลก

 ได้แสดงการโยนบอลผิดพลาดจนผู้คนพากันหัวเราะเธอ แม้แต่คนจากคณะละครสัตว์

 ก็พากันซุบซิบว่าเธอเป็นถึงลูกสาวของหัวหน้าแต่กลับไร้ความสามารถ

 หลังจากการแสดงเชิญชวนผู้คนจบ เด็กสาวก็แยกตัวออกมานั่งคนเดียว

 พลางคิดว่าความจริงตัวเธอเองอยากเป็นนักกายกรรมมากกว่าตัวตลกเสียอีก

 

  “รู้มั้ย? ปิลโคเร่ว่าการแสดงที่สวยและสง่างามที่สุดคืออะไร...

 นั่นก็คือ...นักแสดงที่มอบเสียงหัวเราให้แก่ทุกคนได้ยังไงล่ะ

 ปิลโคเร่...นั่นแหละคือเวทีของลูกปิลโคเร่ได้แต่คิดว่าสิ่งที่พ่อเธอบอก

 เป็นสิ่งโกหกหลอกลวง เธอไม่ได้สวยพ่อถึงไม่อยากให้คนอื่นเห็นหน้าเธอมากกว่า

 ระหว่างนั้นเธอได้เหลือบไปเห็นขนมที่ตกอยู่บนพื้น ด้วยความหิวเธอจึงลุกขึ้น

 ไปเก็บขึ้นมา แต่กลับมีชายหนุ่มแต่งตัวด้วยชุดประหลาด

 กำลังก้มเก็บขนมชิ้นนั้นพร้อมปิลโคเร่ บุรุษผู้นั้นแย่งขนมชิ้นนั้นไปจากเธอ

 ก่อนจะบอกว่าอย่ายื่นมือเข้าไปจับสิ่งที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเด็ดขาด

 บางทีของสิ่งนั้นอาจจะเป็นสิ่งอันตรายที่มนุษย์ไม่ควรจับต้อง

 อยู่ก็เป็นได้ด้วยสีหน้าจริงจัง เขานำขนมชิ้นนั้นใส่เข้าปากราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 ปิลโคเร่มองชายหนุ่มผู้นั้นด้วยสายตาราวกับมองตัวประหลาด

 เขาหันมาสบตาเธอก่อนจะบอกว่าเธอคงคิดว่าเขาเป็นตัวปละหลาดใช่มั้ย

 แต่งตัวประหลาดแถมยังพูดจาประหลาดๆอีก ปิลโคเร่จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

 ด้วยการแสดงการโยนบอลที่สุดท้ายเธอก็โยนพลาดตามเคย

 

  ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้นก็ขำในท่าทางของเธอก่อนจะถามว่าเธอคือตัวตลก

 ในพาเหรดเมือกี้ใช่มั้ย ปิลโคเร่รู้สึกอายในความผิดพลาดของตน แต่ชายหนุ่ม

 กลับชื่นชมในตัวเธอก่อนจะเปิดหมวกขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าทำให้ปิลโคเร่

 ถึงกับตะลึง เธอจึงชวนให้ชายหนุ่มไปชมการแสดงแต่เขากลับปฏิเสธพร้อมบอกว่า

 เขาไม่ได้มาเพื่อชมการแสดงแต่กำลังรวบรวมวัตถุโบราณอยู่ ปิลโคเร่สนใจมาก

 จึงอยากช่วยเขา แต่ชายหนุ่มบอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ “ตุ้มหูฮาเรส” ที่เขาตามหา

 เป็นสิ่งอันตรายไม่ควรสัมผัสมัน เพราะ มีสิ่งที่เรียกว่า “อิล” สิงอยู่

 “เมื่ออิลมีปฏิกิริยากับความโลภของมนุษย์เข้า มันก็จะลืมตาตื่นขึ้นมา

 เมื่อมันสบตากับมนุษย์มันจะเข้าไปอยู่ในดวงตานั่น มันจะทรมานมนุษย์

 จนกลืนกินจิตใจและสุดท้ายจะช่วงชิงทุกอย่างของมนุษย์คนนั้นไป

 ปิลโคเร่สังเกตได้ถึงแววตาอันเศร้าระหว่างที่ชายหนุ่มผู้นี้กำลังเล่าเรื่องราว

 ขณะนั้นเองนักแสดงจากคณะละครได้เรียกตัวเธอ ปิลโคเร่จึงได้แนะนำตัวเอง

 และถามชื่อชายหนุ่มที่บอกว่าเขาชื่อ “มาร์ช” เธอบอกว่าหากล่าสมบัติเจอแล้ว

อย่าลืมมาดูการแสดงของเธอด้วย

 

 หลังจากที่แยกกับมาร์ช ปิลโคเร่ได้เขามาเตรียมการแสดง เด็กสาวได้พบเจอ

 ตุ้มหูที่งดงามข้างหนึ่งเข้า แต่แล้วคำเตือนของมาร์ชก็ลอยเข้ามาในหัว

 ว่าอย่าไปจับต้องของที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเด็ดขาด แต่ด้วยความที่เธอทนต่อ

 สิ่งล่อลวงไม่ไหว สุดท้ายเธอจึงหยิบมาขึ้นมาใส่

 “ฮัลโหล คุณตัวตลก

จากนี้ไปพวกเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ!!

เพื่อนกัน...!!

ฮิฮิฮิฮิ.......”

ในโรงละครระหว่างการเตรียมงานมีคนสังเกตเห็นว่ามีใครบางคน

ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดของนักกายกรรม “ปิลโคเร่!!” ผู้เป็นพ่อเห็นถึงกับตกใจ

เขาบอกว่ามันอันตรายอย่ากระโดดลงมาเด็ดขาด แต่อิลก็คอยยุแยงให้เธอกระโดดลงไป

พ่อของปิลโคเร่จึงให้คนเตรียมตาข่ายคอยรับร่างเธอไว้

“จนกว่าป๊าป๋าจะไปถึง อย่าปล่อยมือนั่นนะ!!” แต่อิลก็ยังคอยยุเธอ

จนสุดท้ายปิลโคเร่ตัดสินใจกระโดดและปล่อยมือ เธอคิดว่าเธอทำได้แล้ว สำเร็จแล้ว

แต่เพียงชั่วพริบตาร่างของเธอกำลังจะร่วงหล่นสู่พื้น ด้วยความสูงที่มากขนาดนี้

เธอคงจบชีวิตเป็นแน่ แต่ทว่า...

 

พ่อของปิลโคเร่ได้เอาตัวมารับเธอไว้ ปิลโคเร่เห็นเลือดที่ไหลออกมาจากร่างของพ่อ

เธอร้องไห้อย่างทรมาน อิลที่อยู่ในร่างของเธอเมื่อได้ลิ้มรสชาติความทรมาน

ของปิลโคเร่ อิลจึงเข้ามาควบคุมจิตใจของเด็กสาว นักแสดงในคณะถามว่าเธอ

ทำอะไรลงไป แต่เด็กสาวที่ถูกอิลกลืนกินจิตใจกลับตอบคำถามราวกับคนละคน

นักแสดงในคณะจึงบอกว่านี่ไม่ใช่ปิลโคเร่ เธอเป็นใครกันแน่

 

“ทำไม...ถึงยื่นมือเข้าไปล่ะ? ปิลโคเร่...” มาร์ชบอกทุกคนว่านี่ไม่ใช่ปิลโคเร่แล้ว

แต่เป็นหุ่นเชิดที่อิลได้ช่วงชิงหัวใจไป เขาจึงอยากให้ทุกคนพาคนเจ็บ

ออกไปข้างนอกส่วนตัวเขาจะนำตัวปิลโคเร่คนเดิมกลับมา อิลที่ได้ยินคำพูดของมาร์ช

ก็หัวเราะเยาะก่อนจะขอปลิดชีวิตของเขาเป็นชีวิตแรก แต่มาร์ชกลับสมเพชในอิลตนนี้

เขาบอกว่าเป็นอิลที่พึ่งลืมตาดูโลกแต่ดันไม่รู้จักโลกน่าลำบากเหมือนกัน

“รู้รึเปล่า มนุษย์ที่ตามล่าพวกแกไปทั่วโลก

เพื่อทำลายอิลแล้วเก็บวัตถุโบราณคืน นั่นก็คือ ซิสเต้บีฮาร์ด

 

อิลเมื่อได้เห็นสิ่งตรงแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่ามาร์ชมีเขางอกออกมา

แต่อิลก็ไม่แยแสนัก ต่อให้หน้าไหนก็ตามที่บังอาจมาขวางจักต้องตายให้หมด

แต่ท่าโจมตีของอิลกลับไม่มีผลต่อมาร์ชเลยแม้แต่น้อย มาร์ชจึงใช้หนามแห่งอิบาร่

ชายหนุ่มบอกว่าเขาของอิลตนนี้ยังไม่ใช่สีแดงแปลว่าปิลโคเร่ยังไม่ตาย

ดังนั้นเขายังช่วยเหลือเธอได้ทัน อิลที่รับรู้ถึงชะตาขอ